บาคาร่าจีคลับ ปอร์โต้เริ่มมั่นใจมากขึ้น นาที36 เกือบพลิกขึ้นนำ

บาคาร่าจีคลับ

พอตีเสมอได้ปอร์โต้เริ่มมั่นใจมากขึ้น นาที36 เกือบพลิกขึ้นนำ ลูโช กอนซาเลซ จ่ายบอลทะลุให้ ลิซานโดร หลุดเดี่ยวไปยิงผ่านเรน่า แต่ลูกเฉียดเสาออกลังเหลือเชื่อ จากนั้น หงส์แดงมีลุ้นเล็กๆช่วงท้ายครึ่งแรกจากลูกฟรีคิกของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อัดระยะ 35 หลา บาคาร่าจีคลับ ไม่ตรงกรอบ จนจบครึ่งแรกยังเสมอกันที่ 1-1 เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลเริ่มเกมรุกใหม่ นาที 50 ลูกจากโฆเซ่ เรน่า เปิดยาวมาถึง เฟร์นานโด ตอร์เรส กระชากเข้าเขตโทษและไหลให้ ยอสซี่ เบนายูน แปด้วยขวา แต่โดนไม่ดีลูกหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย จากนั้น เกมเริ่มเปิด โดย ปอร์โต้ ได้ขึ้นมากดดันเป็นระยะ จนเข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย เจ้าบ้านก็เริ่มหันมารุกเต็มตัว ก่อนในนาทีที่ 78 หงส์แดงมาได้ประตูที่ 2 ในที่สุด เมื่อแฮร์รี่ คีเวลล์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาไหลบอลให้ตอร์เรสกระชากเข้าไปแปด้วยขวา ส่งบอลเสียบหน้าต่างเสาสองอย่างสวยงาม โดนดอกนี้เข้าไป ทีมเยือนชักเป๋ และก็เป็น ลิเวอร์พูลมาได้ประตูที่ 3 จากจุดโทษที่มิลาน สเตปานอฟทำแฮนด์บอล ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษทันที ก่อนที่สตีเว่น เจอร์ราร์ดจะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เท่านั้นไม่พอ ในนาทีที่ 87 เจ้าบ้านมาได้ประตูที่ 4 ปิดท้าย จากปีเตอร์ เคร้าช์ตัวสำรองที่เทกตัวโขกลูกเตะมุมเข้าไป จบเกมลิเวอร์ถล่มเอฟซี ปอร์โต้ 4-1 ทำให้ทั้งสองทีมต้องไปลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายต่อไป แวร์เดอร์ เบรเมน (เยอรมัน) 3 – เรอัล มาดริด (สเปน) 2 แวร์เดอร์ เบรเมน ทีมบ๊วยกลุ่มซี. เล่นในบ้านพบ เรอัล มาดริด จ่าฝูง โดยราชันชุดขาว ต้องการอีกเพียง 1 คะแนน จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทันที ส่วน เบรเมน ต้องชนะ เพื่อรักษาความหวังในการลุ้นเข้ารอบให้มีอยู่ต่อไป โธมัส ชาฟ เทรนเนอร์เบรเมน ต้องขาด ดีเอโก้ จอมทัพแนวรุกติดโทษแบน แต่ทีมได้ บูบาการ์ ซาโนโก้ กองหน้าทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ วัย 24 หายเจ็บที่เท้า กลับมาลงสนามได้แล้วเช่นเดียวกับ แฟร้งค์ เบามันน์ มิดฟิลด์ตัวหลักหายเจ็บที่จมูกหัก ส่วน เรอัล มาดริด ส่ง รุด ฟาน นิสเตลรอย, ราอูล กอนซาเลซ กัปตันทีมเป็นตัวหลักแดนหน้า ในครึ่งแรก นาทีที่ 5 แวร์เดอร์ เล่นคาสิโน เบรเมนได้ประตูนำ 1-0 จากลูกโยนมาจากฝั่งขวา บอลโดนไหล่ของ บูบาการ์ ซาโนโก้ ก่อนมาเข้าทาง มาร์คุส โรเซนเบิร์ก ยิงตุงตาข่าย และนาทีต่อมา เบรเมน ต้องเปลี่ยนเอา เคลเมน ฟริตซ์ แบ็กขวาออกจากสนาม เนื่องจากบาดเจ็บ โดยส่ง ดุสโก้ โตซิซ ลงเล่นแทน นาที 14 เรอัล มาดริด ตามตีเสมอเป็น 1-1 โรบินโญ่ พาบอลขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนพาบอลเข้ามาในเขตโทษ และยิงผ่าน คริสเตียน ฟานเดอร์ นายทวาเจ้าถิ่นเข้าไป จากนั้น ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมบุกสู้กันอย่างสนุก นาที 34 เจ้าถิ่นได้ลูกเตะมุม ดาเนี่ยล เยนเซ่น เปิดบอลให้ นัลโด้ เซนเตอร์ฮาล์ฟขึ้นโหม่งไปติด อีเกร์ กาซียาส

นายทวารราชันชุดขาว จีคลับบาคาร่า  อย่างไรก็ตามนาที 40 เบรเมนนำ 2-1 มาร์คุส โรเซนเบิร์ก พาบอลขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนโยนให้ บูบาการ์ ซาโนโก้ วอลเล่ย์เสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม จบครึ่งแรก แวร์เดอร์ เบรเมนนำ 2-1 ครึ่งหลังเกมของเบรเมนดีกว่านิดๆและก็มาได้ประตู 3-1 ในนาทีที่ 58 เป็นลูกที่กองหลังมาดริดสกัดไม่ดีบอลมาเข้าทางเอรอน ฮันท์ ซัดผ่านกาซิยาสเข้าไปอย่างงดงาม เรอัล มาดริดไม่ยอมแพ้ไล่เป็น 2-3 ในนาทีที่ 71 จากการยิงของรุด ฟาน นิสเตลรอย จบเกมเบรเมนได้สามแต้มยังมีลุ้นเข้ารอบต่อไป โรเซนบอร์ก (นอร์เวย์) 0 – เชลซี (อังกฤษ) 4 โรเซนบอร์ก ลงสนามพบ เชลซี จากอังกฤษ คู่นี้ยังมีความหายทั้งสองทีมต้องการชัยชนะเพื่อโอกาสเข้ารอบ โรเซนบอร์ก วางสเตฟเฟ่น อีเวอร์เซ่น ยืนค้ำแดนหน้า ส่วนสิงห์บลูส์ ได้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา กลับมาฟิตลงล่าตาข่ายเป็นตัวเป้า โดยมี แฟร้งค์ แลมพาร์ด เดินเครื่องตรงกลาง เริ่มเกมมาสามนาทีเชลซีมีลุ้นก่อน อเล็กซ์ เปิดเรียดจากแดนหลังมาถึง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา พลิกตัวมายิงนอกกรอบเขตโทษลูกผ่านเสาออกหลัง เกมรุกของเชลซียังเหนือกว่า และมาได้ประตูขึ้นนำสำเร็จนาที 8 โจ โคล กระชากจากกลางสนามเข้ามายิงตรงกรอบเขตโทษ ลาร์ส เฮิร์ชเฟลด์ ปัดออกมาเข้าทาง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา กระหน่ำซ้ำด้วยขวาตาข่ายเกือบขาด 1-0 ของอาคันตุกะ เจ็ดนาทีต่อมาเชลซียังบุกเข้าใส่ มิชาแอล เอสเซียง รับบอลตรงระยะ 30 หลา ก่อนเลี้ยงเข้ามายิงด้วยซ้าย ลาร์ส เฮิร์ชเฟลด์ ต้องออกแรงปัด เกมเริ่มเป็นของเชลซีแบบชัดเจน นาที 20 ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ กระชากจากกลางสนามไหลต่อให้ มิชาแอล เอสเซียง ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะต่อไปถึง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ยิงด้วยซ้ายเสียบเสาสองเป็น 2-0 มาถึงนาที 40 สกอร์บอร์ดขยับอีกครั้ง จากลูกฟรีคิกระยะ 30 หลา อเล็กซ์ วิ่งเข้ามาตะบันเต็มข้อลูกเรียดพุ่งเข้าเสียบตาข่าย เป็น 3-0 จนจบครึ่งแรก เข้าสู่ครึ่งหลังยังเป็นเชลซี ที่ยังดาหน้าบุก บาคาร่าออนไลน์ และเกือบได้ประตูที่ 4 ในนาทีที่ 55 จากการที่มิชาแอล เอสเซียง ลิงยิงจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งหาประตู แต่ลาร์ส เฮิร์ชเฟลด์ ยังทับบอลเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เชลซี ก็มานำ 4-0 จนได้ในนาทีที่ 73 จากการที่มิกาแอล เอสเซียง ลากบอลเข้าไปแล้วตัดสินใจซัดเต็มข้อเฮิร์ชเฟลด์ ต้องปัดบอลออกมาแต่มาเข้าทางโจ โคล ซ้ำง่ายๆ ตุงตาข่าย เวลาที่เหลือเชลซี เน้นการครองบอล ขณะที่โรเซนบอร์ก เล่นแบบถอดใจ หมดเวลาการแข่งขันเชลซี บุกมาถล่ม 4-0 ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ต่อไป ฟุตบอลลีก เอิง ฝรั่งเศส (นัดตกค้าง จากเกมที่ 6 ฤดูกาล 2007/2008) ล็องส์ 1 – ก็อง 1 ล็องส์ ลงเล่นในบ้านพบ ก็อง ในลีก เอิง นัดตกค้างจากเกมที่ 6 ซึ่งคู่นี้เป็นโปรแกรมที่เลื่อนมาจากช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่ตอนนั้นไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจาก ล็องส์ ติดแข่งยูฟ่า คัพ